- วันที่ 31 ก.ค. 2562 เวลา 13.30 น. นายวันชัย คงเกษม ผวจ.รอ. มอบหมายให้ นายเลิศบุศย์ กองทอง รอง ผวจ.รอ. เป็นประธานการประชุม "คณะทำงานฝ่ายรับเรื่องราวเรียนร้องทุกข์ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด ครั้งที่ 7/2562" ณ ห้องประชุมข้าวหอมมะลิ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อติดตามเร่งรัดการแก้ไขปัญหาเรื่องราวร้องเรียนร้องทุกข์จากส่วนราชการที่มีเรื่องร้องเรียนครบกำหนดรายงาน พร้อมทั้งรายงานผลการดำเนินงานต่อที่ประชุมฯ รับทราบ โดยมีนายวีระวัฒน์ เถระวัลย์ รักษาราชการแทนหัวหน้าสำนักงานจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วยนายพิพัฒน์ สิงคะกุล ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด และส่วนราชการ หน่วยงาน เข้าร่วมชี้แจง เพื่อรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเรื่องค้างดำเนินการจากคราวประชุมฯ ครั้งที่แล้ว ว่าดำเนินการอยู่ในขั้นตอนใด และเรื่องค้างดำเนินการที่ครบกำหนดรายงาน แต่ยังไม่สามารถยุติเรื่องได้ ต่อคณะทำงานฯ
สรุปผลการดำเนินงานของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด (ข้อมูล ณ วันที่ 26 ก.ค.62) ดังนี้ 1. เรื่องร้องทุกข์ร้องเรียนในระบบทั้งหมด 4,966 เรื่อง ทุกส่วนราชการได้ร่วมกันแก้ไขจนเป็นที่ยุติ จำนวน 4,800 เรื่อง คิดเป็น 96.66 %
2. เรื่องอยู่ระหว่างดำเนินการ 166 เรื่อง คิดเป็น 3.34%
ซึ่งส่วนใหญ่เรื่องที่อยู่ระหว่างดำเนินการนั้น ส่วนราชการเจ้าของเรื่องได้ชี้แจงต่อที่ประชุมรับว่าจะเร่งรัดดำเนินการจนได้ข้อยุติให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ ประธานที่ประชุมได้กำชับให้ส่วนราชการที่มีเรื่องร้องเรียนคงค้างดำเนินการเร่งรัดให้แล้วเสร็จตามห้วงระยะเวลาที่กำหนดแล้วรายงานผลให้จังหวัดทราบ เพื่อตอบสนองความต้องการและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนให้เกิดความรวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับประชาชนทุกคน
วันพฤหัสบดีที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2562
นายวันชัย คงเกษม ผวจ.รอ. มอบหมายให้ นายเลิศบุศย์ กองทอง รอง ผวจ.รอ. เป็นประธานการประชุม "คณะทำงานฝ่ายรับเรื่องราวเรียนร้องทุกข์ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด ครั้งที่ 7/2562"
จังหวัดร้อยเอ็ด ให้การช่วยเหลือนักเรียนที่ยากจนถวายฎีกาไปยังสำนักพระราชวังเพื่อขอรับทุนการศึกษาและขอสัญชาติไทยให้กับมารดา
จังหวัดร้อยเอ็ด ให้การช่วยเหลือนักเรียนที่ยากจนถวายฎีกาไปยังสำนักพระราชวังเพื่อขอรับทุนการศึกษาและขอสัญชาติไทยให้กับมารดาเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 31 กรกฎาคม 2562 ที่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ดเขต 1 อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด นายบุญถิ่น มหาสาโร รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ดเขต 1 และนางเบญจพร สุทธิประภา ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ดเขต 1 มอบเงินช่วยเหลือ จำนวน 8,200 บาท (แปดพันสองร้อยบาท) จากกองทุนสวัสดิการเพื่อสงเคราะห์นักเรียน ข้าราชการและลูกจ้าง (ฉก.ชน.ฉก.คศ) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ดเขต 1 ให้แก่เด็กชายปองภพ ใสสว่าง อายุ 12 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเวฬุวันวิทยา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ดเขต 1ที่มีฐานะยากจน มีที่อยู่อาศัยที่ไม่มั่นคง อาศัยอยู่กับมารดา เป็นคนสัญชาติลาว และพ่อเลี้ยงที่ร่างกายพิการไม่สามารถประกอบอาชีพได้ จึงได้ถวายฎีกาไปยังสำนักพระราชวังเพื่อขอรับทุนการศึกษา และขอสัญชาติไทยให้กับมารดา ที่เป็นคนสัญชาติลาว
ทั้งนี้ ในกรณีที่เด็กชายปองภพ ใสสว่าง อายุ 12 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเวฬุวันวิทยา สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ดเขต 1 เป็นบุตรของนายอุดร ใสสว่าง สัญชาติไทย และนางสาวบุนมี ศรีดาวัด สัญชาติลาว อายุ 36 ปี บิดากับมารดาได้อย่าร้างกัน ปัจจุบันอาศัยอยู่กับมารดา มีอาชีพขายน้ำเต้าหู้ในหมู่บ้าน มีรายได้วันละประมาณ 100 – 200 บาท พอได้ยังชีพ และพ่อเลี้ยงชื่อนาย อภิชาติ สุมังฆะเศษ อายุ 34 ปี อยู่บ้าน 28 หมู1 ตำบล ราชธานี อำเภอธวัชบุรี สภาพร่างกายพิการ เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุ ป่วยอัมพาตครึ่งตัว เนื่องจากประสบอุบัติเหตุ ไม่สามารถประกอบอาชีพได้
จากการถวายฎีกา ดังกล่าว กระทรวงศึกษาธิการ ได้สั่งการมายังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาศึกประถมศึกษาร้อยเอ็ดเขต 1(สพป.รอ.1) เข้าไปดูแลและให้การช่วยเหลือในเบื้องต้น และในครั้งนี้ได้มอบเงินช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือนร้อนจากกองทุนสวัสดิการเพื่อสงเคราะห์นักเรียน ข้าราชการและลูกจ้าง (ฉก.ชน.ฉก.คศ) จำนวน 8,200 บาท นอกจากนี้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดร้อยเอ็ด ได้อนุมัติเงินกองทุนและคุ้มครองเด็กเยียวยาเบื้องต้น จำนวน 11,000 บา(หนึ่งหมื่นหนึ่งพันบาท) โดยเป็นค่าเลี้ยงดูบุตร จำนวน จำนวน 1,500 บาท เงินช่วยเหลือทุนประกอบอาชีพให้กับมารดา จำนวน 5,000 บาท เครื่องอุปโภค-บริโภค จำนวน 1,500 บาท ทุนการศึกษาบุตร จำนวน 3,000 บาท ส่วนการขึ้นสัญชาติไทยของมารดา ได้ประสานกับฝ่ายทะเบียนราษฎร์ของอำเภอธวัชบุรี เพื่อให้คำแนะนำแนวทางการดำเนินเรื่อง ให้กับบิดาเลี้ยง และมารดา ของเด็กชายปองพล แล้ว อยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอน ต่อไป
//////101
ศรีไพร @ผู้สื่อข่าวสำนักข่าว ขอขอบคุณเครดิต ทีมผู้สื่อข่าว
คมกฤช พวงศรีเคน ข่าว/ภาพ
อำนวย ระดาบุตร บก.ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด
หนีไม่พ้นกรรมที่ก่อ !! รวบ 2 คนร้าย ก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์ รปภ.เฒ่า ดับอนาถคาบ้านพัก(มีคลิป)
หนีไม่พ้นกรรมที่ก่อ !! รวบ 2 คนร้าย ก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์ รปภ.เฒ่า ดับอนาถคาบ้านพัก(มีคลิป)
ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล เดินทางมาแถลงข่าวและทำแผนประกอบคำรับสารภาพ กรณี สองคนร้าย ร่วมกันฆ่า ชิงทรัพย์ รปภ.ที่บ้านเช่าแห่งหนึ่ง ในหมู่ 2 ต.ทุ่งสุขลา อ. ศรีราชา จ.ชลบุรี โดยใช้ท่อนไม้ทุบตี ที่ศรีษะ นาย จำลอง อุทัยศรี อายุ 59 ปี รปภ.บริษัทแห่งหนึ่ง พร้อมชิงเอา สร้อยคอทองคำหนัก สองสลึง 1 เส้นไป และกระเป๋าสตางค์ ที่ภายในมีเงินอยู่ 820 บาท ไปเมื่อเวลา 03.00 ของวันใหม่ที่ 30 ก.พ.62และได้หลบหนีทางป่าด้านหลังชุมชนบ้านทุ่ง ที่ก่อเหตุ ซึ่งต่อมาทางเจ้าชุดสืบสวน สภ.แหลมฉบังได้ทำการสืบสวนติดตามจนสามารถ จับกุมตัว นาย ณัฐพล เจริญสุข อายุ 25 ปี ได้ที่บ้านเลขที่ 116/2 ม.2 ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พร้อมกระเป๋าสตางค์ของผู้ตาย ซุกซ่อนในห้องพัก พร้อมสร้อยคาทองคำหนัก สองสลึง 1 เส้นและนาย เน (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ผู้ร่วมก่อเหตุ โดยทั้สองให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุ นาย ณัฐพล
ได้มาแคะประตูเรียกผู้ตายเพื่อขอเงิน แต่กลับถูกผู้ตายพูดจาดูถูก จึงกลับออกมาชวน นาย เน กลับเข้าไปอีกครั้งพร้อมอาวุธ เป็นท่อนไม้มะขาม ยาวประมาณ 73 ซม. และแคะประตูเรียกนาย จำลอง อีกครั้ง เมื่อนาย จำลอง เปิดประตูออกมา จึงใช้อาวุธไม้ที่เตรียมกระหน่ำตีไปที่ศรีษะ จนล้มลง ก่อนชิงเอาทรัพย์สินหลบหนีไป เมื่อ 03.00 ของวันที่ 30 ก.ค.62 ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.แหลมฉบัง เร่งสืบสวนติดคนร้าย จนสามารถจับกุมตัวได้พร้อมของกลาง เป็นทรัพย์สินที่ชิงมา และอาวุธ ที่ใช้ก่อเหตุ ได้ทั้ง 2คนในช่วงบ่ายๆของวันเดียวกัน โดยการสอบสวนผู้ต้องให้การรับสารภาพ ว่า ก่อเหตุจริง เพราะโกรธแค้น ที่เข้าไปขอเงินไม่ได้แถมถูกพูด ดูถูกอีก โดยผู้ต้องหานำทรัพย์สินที่ได้บางส่วนนำไปใช้จ่ายและซื้อยาเสพติดมาเสพ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ทำการตรวจปัสสาวะพบเป็นสีม่วง ซึ่งมีสารเสพติดอีกด้วย
https://youtu.be/GIMhoLsHofA
ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก
ทางการ สปป.ลาว ส่งนายสิงห์แก้ว กลับไทยพรุ่งนี้ช่วงบ่าย
ทางการ สปป.ลาว ส่งนายสิงห์แก้ว กลับไทยพรุ่งนี้ช่วงบ่าย////////////////////////////////////
วันนี้ 31 ก.ค.62 เวลา 15.30 น. น.นายประสงค์ หล้าอ่อน นายอำเภอเชียงแสน พร้อมเจ้าหน้าที่ ตม.เชียงราย - ตำรวจ สภ.เชียงแสน ทพ.3103 ได้เดินทางไปเข้าพบ พ.ท.หงแก้ว. วันนะสา หัวหน้าห้องการป้องกันความสงบ แขวงบ่อแก้ว พ.ต.ท.จันพอนเพ็ด คำสี รองหัวหน้ากองบัญชาการ ป้องกันความสงบ แขวงบ่อแก้ว พ.ต.ท.พงพัด แดนทะนา ผกก. เมืองต้นผึ้ง นายคำจัน. วันนะวงศ์ หัวหน้าห้องการเมืองต้นผึ้ง พ.ต.ท.บุนที ยศทะวง ผู้ประสานงาน ชายแดน ไทย-ลาวณ กองบัญชาการป้องกันรักษาความสงบ แขวงบ่อแก้ว เพื่อประสานงานติดตาม การส่งมอบตัว นายสิงห์แก้ว วงศ์ใหญ่ ที่ทางการ สปป.ลาว ดูแลช่วยเหลือรักษาอาการบาดเจ็บและโรคประจำตัว ซึ่งทางการ สปป.ลาว มีกำหนด ส่งมอบตัว ในวันที่ 1 ส.ค.62 ในเวลา 14.30 น. ณ ด่าน ตม.แขวงบ่อแก้ว สะพานมิตรภาพแห่งที่ 4 ด้านชายแดนเชียงของ – แขวงบ่อแก้ว
โดยทางการ สปป.ลาว ได้สอบสวนข้อเท็จจริงกับ นายสิงห์แก้ว วงศ์ใหญ่ ถึงมูลเหตุจูงใจในการลักพาตัวในครั้งนี้ ที่น่าจะมาจากการติดหนี้เรื่องการซื้อขายน้ำตาล ประมาณ 7 ล้านบาท (กับคนจีน ไทยลื้อ ที่สิบสองปันนา )
ซึ่งเจ้าหน้าที่ของไทยได้พบกับ นายสิงห์แก้ว วงศ์ใหญ่ อยู่ที่ กองบัญชาการ แขวงบ่อแก้ว สภาพร่างกายปลอดภัยดี สุขภาพจิตดี โดยทางเจ้าแขวงบ่อแก้วได้มาเยี่ยมและให้ขวัญกำลังใจ และจะอำนวยสะดวกในการเดินทางกลับไทยในวันพรุ่งนี้อย่างปลอดภัย
/
แหล่งข่าวจาก – ปกครองเชียงแสน
ณฐพัชร์ อภิโชคกุล หัวหน้าสำนักข่าวเบาะแสภาคเหนือ บก.เจี๊ยบแม่สายนิวส์ออนไลน์ //////////// รายงาน //////////////
พะเยา น้ำป่าไหลหลากสร้างความเสียหายอำเภอปง
พะเยา น้ำป่าไหลหลากสร้างความเสียหายอำเภอปง
เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าสร้างความเสียหาย ให้กับชาวบ้านในพื้นที่ตำบลนาปรัง ตำบลออย อำเภอปง จังหวัดพะเยา โดยน้ำป่าได้ไหลเข้าพัดเสาไฟฟ้าหักโค่น รวมทั้งรถยนต์ของชาวบ้านตกลงไปในลำน้ำ นอกจากนั้นเส้นทางสายบ้านหมุ้น หมู่ 3 ตำบลนาปรัง อำเภอปง จังหวัดพะเยาที่เชื่อมต่อกับเขตต้องถูกตัดขาดเมืองอำเภอปง เนื่องจากถูกกระแสน้ำตัดผ่านทำให้ไม่สามารถสัญจรได้
เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขตอำเภอปง จังหวัดพะเยา ต้องเร่งเข้าทำการซ่อมแซมเสาไฟฟ้าบริเวณริมถนนสายจุน-ปง หลังเกิดน้ำป่า ไหลบ่าอย่างรุนแรงเข้าพัดเสาไฟฟ้าจนหักโค่นจำนวนหลายต้น บริเวณลำห้วยคอกหมู หมู่ที่ 8 ตำบลนาปรัง นอกจากนั้นกระแสน้ำยังเข้าพัดถล่มบ้านเรือนชาวบ้านได้รับความเสียหาย มากกว่า 30 หลังคาเรือน และรถยนต์ของชาวบ้านได้ถูกกระแสน้ำพัดตกลงไปในบริเวณลำห้วย จนเจ้าหน้าที่และชาวบ้านต้องช่วยกันชักลากออกจากลำน้ำและกู้ขึ้นมา ซึ่งสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก เข้าท่วมบ้านเรือนในครั้งนี้ยังสร้างความเสียหายให้กับหลายพื้นที่ในอำเภอปงโดยพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย จะเป็นบ้านเรือนชาวบ้านรวมทั้งพืชผล ทางการเกษตรในพื้นที่ตำบลออย ตำบลนาปรัง ตำบลงิม ซึ่งมีมากกว่า 10 หมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมในครั้งนี้ โดยล่าสุดสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมดังกล่าว ได้เริ่มคลี่คลายลง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนได้เข้าทำการฟื้นฟูและให้การช่วยเหลือในเบื้องต้น ขณะที่สภาพอากาศนั้นยังคงมีเมฆปลุกคลุม ซึ่งชาวบ้านคงยังเฝ้าระวังอย่างเต็มที่และมีการเตรียมพร้อมที่จะอพยพไปในที่ปลอดภัยหากเกิดสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากอีก
https://youtu.be/N-cow7F228s