วันที่ 22 ธันวาคม 2563 เวลา 09.40 นาฬิกา ณ จุดแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา (ฝั่งวุฒิสภา) นายอำพล จินดาวัฒนะ ประธานคณะอนุกรรมาธิการติดตามการปฏิรูปด้านสังคม กิจการผู้สูงอายุและสังคมสูงวัย ในคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา และคณะ แถลงข่าวความคืบหน้าการศึกษาข้อเสนอผลักดันการปลูกไม้ยืนต้น เพื่อเป็นบำนาญชีวิตรองรับสังคมสูงวัย โดยรัฐบาลที่ผ่านมาได้ปลดล็อคให้การปลูกต้นไม้ยืนต้นและการป่าไม้ยืนต้นในดินกรรมสิทธิ์ และในที่ดินที่รัฐอนุญาตให้ใช้ทำประโยชน์ สามารถทำได้อย่างเสรีและมีกฎกระทรวงพาณิชย์รับรองให้ใช้ต้นไม้ยืนต้นที่ยังไม่ได้ตัด สามารถนำไปเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันทางธุรกิจได้ ซึ่งเป็นการปฏิรูปที่สำคัญ เป็นการส่งสัญญาณส่งเสริมให้ประชาชนหันมาปลูกต้นไม้ยืนต้น เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศและยังมีคุณค่าสูงต่อโลก ลดโลกร้อน และภัยพิบัติทางธรรมชาติต่างๆ

.
ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยสมบูรณ์ มีผู้สูงวัยร้อยละ 20 ในปี 2564 และจะมีผู้สูงวัยร้อยละ 30 ในปี 2575 จำเป็นต้องเร่งพัฒนาระบบการออมและระบบบำนาญเพื่อให้ประชาชนมีเงินเพียงพอในการดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพดี ซึ่งพบว่า การออมโดยการปลูกต้นไม้ยืนต้นเป็นแนวทางสำคัญหนึ่งเสริมกับการออมที่เป็นตัวเงิน จากข้อมูลการวิจัยพบว่า การปลูกไม้ยืนต้น เมื่อเวลาผ่านไป 25 ปี ให้ดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 17.90 บาทต่อปี มากกว่าการออมเงินหรือซื้อทองเก็บไว้ จึงเรียกการปลูกต้นไม้ยืนต้นว่าเป็น การออมทองคำเขียว
.
ทั้งนี้ ทางคณะกรรมาธิการฯ จะจัดเสวนาเรื่อง "การออมต้นไม้ยืนต้นเป็นบำนาญชีวิตรองรับสังคมสูงวัย (การออมทองคำเขียว)" ในวันพุธที่ 23 ธันวาคม 2563 เวลา 08.30-14.00 นาฬิกา ณ ห้องประชุมหมายเลข 310 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา (ฝั่งวุฒิสภา) เพื่อรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมจากหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปปรับปรุงรายงานการศึกษาเสนอต่อวุฒิสภาต่อไป

ภาพ/ข่าว ฤทธิรณ ปัญญากาบ ทีมข่าวไทยเกอร์นิวส์ รัฐสภา รายงาน
วันอังคารที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2563
นายอำพล จินดาวัฒนะ ประธานคณะอนุกรรมาธิการติดตามการปฏิรูปด้านสังคม กิจการผู้สูงอายุและสังคมสูงวัย
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น