เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา 1 ม.ค. 2563 ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกลาง อ.เมืองลำพูน ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยแพร์สาธารณสุขจังหวัดลำพูน ลงพื้นที่ตั้งจุดคัดกรองเข้มข้นในพื้นที่จุดเสี่ยง โดยออกประกาศขอความร่วมมือประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่เข้าไปเที่ยวสถานบันเทิงย่านนิคมอุสาหกรรม ในคืนวันที่ 24 -31 ธ.ค.63 ที่ผ่านมา ให้เข้ามารายงานตัวและรับการตรวจคัดกรอง จากรถชีวนิรภัยพระราชทาน เพื่อตรวจค้นหาและควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโควิด19
หลังพบมีผู้ป่วยมีเชื้อโควิด19 หนึ่งรายได้เดินทางไปใช้บริการตามร้านสถานบันเทิง ชื่อร้าน ร้านร้ายกาธ และ SWART BAR แถวโซนนิคมอุสาหกรรม ตำบทบ้านกลาง อำเภอเมืองลำพูน ในคืนวันที่ 24 ธ.ค. 2563 จากการสอบสวนโรค ทราบว่า เป็นหญิงสาว อายุ 29 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่ หมู่ที่ 3 ตำบลแม่ตืน อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ซึ่งหญิงสาวดังกล่าว ได้ทางมาจากจังหวัดระยอง โดยสายการบิน Lion Air เที่ยวบิน SL 510 ดอนเมือง - เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2563 แล้วเข้าตรวจเชื้อที่โรงพบาลในตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างรอผลตรวจได้พักอาศัยอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยไม่ได้กักตัว และได้เดินทางกลับบ้าน ที่ตำบทแม่ตืน ที่อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ในวันที่ 23 ธ.ค. 63 จากนั้นได้ไปเที่ยวที่สถานบันเทิงในตัวเมืองลำพูน
ล่าสุด 1 ม.ค.64 ทางจังหวัดได้รับการยืนยันพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด19 อยู่ในพื้นที่จังหวัดลำพูน นายวรยุทธ เนาวรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ได้ออกคำสั่งมาตรการเร่งด่วน มีผลบังคับใช้ทันที ตั้งแต่วันที่ 1 มราคม 2564 โดยให้ปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว ในเขต 2 อำเภอ คือ อำเภอเมือง และอำเภอลี้ ให้สถานบริการจำหน่ายแอลกอฮอเพื่อให้ดื่มกินในสถานที่นั้นๆ ผับ บาร์ สถานบันเทิง ร้านคาราโอเกะ ร้านออกกำลังกาย และร้านหมูกระทะ ชาบู ให้ปิดกิจการก่อนเป็นการชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย และให้ติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด หากฝ่าฝืนไม่ปฎิบัติตาม มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
…………………………………………………………………………………………………………………………………
กฤตยชญ์ พิงคะสัน ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดลำพูน รายงาน
วันเสาร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2564
ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยแพร์สาธารณสุขจังหวัดลำพูน ลงพื้นที่ตั้งจุดคัดกรองเข้มข้นในพื้นที่จุดเสี่ยง
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น