
ไทเกอร์นิวส์ สุราษฎร์ธานี
ศูนย์ข่าวภาคใต้ตอนบน


รายงาน : พจน์ คำจันทร์
จากกรณีเมื่อคืนวันที่ 25 พ.ค. ที่ผ่านมาพบศพนายประเสริฐ ชูทรัพย์ อายุ 60 ปีถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม และคนร้ายได้นำศพไปทิ้งไว้ริมถนนสายควนรา-วิภาวดี พื้นที่ สภ.เสวียด อ.ท่าฉาง ตามที่ได้รายงานข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ที่ สภ.เสวียด อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี พล.ต.ต.สาธิต พลพินิจ ผบก. ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ได้แถลงผลการจับกุมนายพรชัย (ไข่) จินดา อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 145 หมู่ 5 ต.ท่าเคย อ.ท่าฉาง และ นายจักรี จันทร์แจ่มใส อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 116 หมู่ 5 ต.ท่าเคย อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี โดยทั้งคู่ได้ตกผู้ต้องหาร่วมกันฆาตกรรมนายประเสริฐ ชูทรัพย์ อายุ 60 ปี เช่นกัน


สำหรับคดีนี้ทราบว่าผู้ตายมีพื้นเพเดิมเป็นชาว ต.ท่าเคย อ.ท่าฉาง พฤติกรรมคือเวลาเมาแล้วมักจะมีปัญหากับเพื่อนร่วมวง จึงโฟกัสประเด็นในเรื่องความขัดแย้งในวงเหล้าเป็นหลักจนกระทั่งสืบทราบว่าก่อนเหตุนายประเสริฐ ได้ไปร่วมดื่มเหล้ากับนายพรชัย แต่เมื่อ ตร.นำตัวไปสอบปากคำนายพรชัย บอกว่าไม่รู้ ไม่เห็นเรื่องที่เกิดขึ้นและมีพิรุธ ในเวลาต่อมาชุดสืบฯมีหลักฐานว่ารถกระบะ 4 ประตูของนายพรชัย ได้วิ่งผ่านบริเวณที่พบศพ และเป็นเวลาใกล้เคียงในคืนเกิดเหตุ จึงใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ทำการตรวจสอบรถในกระบะพบว่ามีคราบเลือด และนำผลไปตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ปรากฎว่าตรงกับดีเอ็นเอของนายประเสริฐ จึงได้ทำการเค้นสอบปากคำนายพรชัย เพิ่มเติมจนกระทั่งให้การสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุใช้ขวานเฉียงหัวของนายประเสริฐ จนกระทั่งเสียชีวิตจริงโดยมี นายจักรี จันทร์แจ่มใส เพื่อนร่วมวงช่วยกันทำร้ายจนกระทั่งคู่กรณีเสียชีวิต

ผู้ต้องหาให้การเพิ่มเติมว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ไปหาที่ห้องแถวเพื่อร่วมดื่มเหล้ากัน จากนั้นได้มีเรื่องทะเลาะวิวาทโดยนายพรชัย อ้างว่าถูกนายประเสริฐ ใช้ขวานพยายามทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บบริเวณแขนก่อนจึงร่วมกันมัดตัวไว้ และใช้ขวานทุบเข้าบริเวณหัวจนกระทั่งนายประเสริฐ แน่นิ่งไป และได้ช่วยกันนำร่างขึ้นรถกระบะแล้วนำไปทิ้งไว้บนถนนสายควนรา-วิภาวดี ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 20 กม. ซึ่งทางตำรวจได้แจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซ่อนเร้น เคลื่อนย้ายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าคดีนี้ตำรวจใช้เวลาเพียง 7 วันทำการสืบสวนจนกระทั่งโชว์ผลงานจับกุมตัวผู้ก่อเหตุปิดคดีฆาตกรรมสยองลงได้ดังกล่าว .
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น