
ป.ป.ส. ผนึกกำลังนักวิชาการทั่วประเทศ ยกระดับนโยบายการแก้ปัญหายาเสพติดสู่การปฏิบัติจริง
เผยแพร่เมื่อ: 2025-08-29T05:05:05.000Z
วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม 2568 เลขาธิการ ป.ป.ส. มอบหมาย...
วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม 2568 เลขาธิการ ป.ป.ส. มอบหมายให้ นางปะภาสี คัยนันท์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาเครือข่ายวิชาการสารเสพติด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ณ โรงแรมทีเค. พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ
โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 75 คน ประกอบด้วย คณะกรรมการบริหารเครือข่ายองค์กรวิชาการสารเสพติด นักวิชาการ และนักวิจัยจากสถาบันการศึกษาชั้นนำ อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล โรงเรียนนายร้อยตำรวจ รวมถึงเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ส. ทั้งส่วนกลาง และภูมิภาค สะท้อนถึงความร่วมมือของภาคการศึกษาและภาครัฐในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านยาเสพติดอย่างบูรณาการ
โดยการประชุมฯ มุ่งเน้นการระดมความคิดเห็นและกำหนดโจทย์วิจัยที่ตอบสนองต่อสถานการณ์จริงในสังคม โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาแนวทางด้านวิชาการและงานวิจัยในระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570) รวมถึงการจัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อให้สำนักงาน ป.ป.ส. สามารถดำเนินการเชิงนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตรงเป้าหมาย และครอบคลุมทุกมิติของปัญหา
การประชุมครั้งนี้ถือเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดที่มีความชัดเจนและยั่งยืน ผลลัพธ์จากการประชุมจะช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถวางแผนรับมือปัญหายาเสพติดได้อย่างตรงจุด ลดการแพร่ระบาดในพื้นที่เสี่ยง เพิ่มความปลอดภัยให้กับชุมชน และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตของประชาชนทุกกลุ่ม นอกจากนี้ การวิจัยและข้อมูลเชิงลึกที่ได้จากเครือข่ายนักวิชาการยังช่วยสนับสนุนการเผยแพร่ความรู้ที่ถูกต้องแก่สังคม พัฒนาระบบการฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย และเปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง

สำนักงาน ป.ป.ส. มุ่งหวังว่าการประชุมครั้งนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงความรู้จากสถาบันการศึกษากับการปฏิบัติในภาคสนาม นำไปสู่การสร้างสังคมที่ปลอดภัยจากยาเสพติด และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยในระยะยาว





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น